วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

วิดิโอ


หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์

3.5 ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

1.การแลกเปลี่ยนข้อมูลทำได้ง่าย
โดยผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถที่จะดึงข้อมูลจากส่วนกลาง หรือข้อมูลจากผู้ใช้คนอื่นมาใช้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหมือนกับการดึงข้อมูลมาใช้จากเครื่องของตนเอง และนอกจากดึงไฟล์ข้อมูลมาใช้แล้ว ยังสามารถคัดลอกไฟล์ไปให้ผู้อื่นได้อีกด้วย อ่านเพิ่มเติม
                        


3.4 เครือข่ายคอมพิวเตอร์

 ธรรมชาติมนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ร่วมกันทำงานสร้างสรรสังคมเพื่อให้ ความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้นจากการดำเนินชีวิตร่วมกันทั้งในด้านครอบครัว  การทำงานตลอดจนสังคมและการเมือง  ทำให้ต้องมีการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เมื่อมนุษย์มีความจำเป็นที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน   พัฒนาการทางด้านคอมพิวเตอร์จึงต้องตอบสนองเพื่อให้ใช้งานได้ตามความต้องการ  แรกเริ่มมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์   อ่านเพิ่มเติม
                              



3.3 อุปกรณ์ที่สําคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
                                          
1.โมเด็ม (Modem)

    โมเด็มเป็นฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิตัล เมื่อข้อมูลถูกส่งมายังผู้รับละแปลงสัญญาณดิจิตัลให้เป็นแอนะล็อก เมื่อต้องการส่งข้อมูลไปบนช่องสื่อสาร  กระบวนการที่โมเด็มแปลงสัญญาณดิจิตัลให้เป็นสัญญาณแอนะล็อก เรียกว่า มอดูเลชัน (Modulation) อ่านเพิ่มเติม



วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

3.2 การสื่อสารข้อมูล
การถ่ายโอนข้อมูล เป็นการส่งสัญญาณออกจากอุปกรณ์ส่ง ไปยังอุปกรณ์รับโดยจำแนกได้ 2 แบบ คือ 

    1) การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนาน ทำได้โดยการส่งข้อมูลออกมาทีละหลายบิตพร้อมกันจากอุปกรณ์ส่งไปยังอุปกรณ์รับ ผ่านสื่อกลางนำสัญญาณที่มีช่องทางส่งข้อมูลหลายช่องทางโดยทั่วไปจะเป็นสายนำสัญญาณหลายๆ เส้นที่มีจำนวนสายส่งสัญญาณเท่ากับจำนวนบิตที่ต้องการส่งในแต่ละครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
              


3.1 ความรู้เบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ในการเรียนการทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเรา ต้องมีการพูดคุย บอกความต้องการ ความรู้สึก และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระระหว่างกัน  เพื่อให้เกิดประสบการณ์และความรอบรู้ ดังนั้น หลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูลจึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างผู้ส่ง ข้อมูลข่าวสาร สื่อกลางหรือช่องทางการสื่อสารและผู้รับ

  อ่านเพิ่มเติม

                         



หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์และการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน

2.4 การจัดหาซอฟต์แวร์เพื่อมาใช้งาน
โดยปกติแล้วเราสามารถหาซอฟต์แวร์มาใช้งานได้หลาย ๆ วิธี ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของการสั่งซื้อโดยตรงกับบริษัทผู้ผลิตหรือใช้ตัวอย่างทดลองจากการดาวน์โหลดบนอินเทอร์เน็ตได้ จึงพอสรุปวิธีการเลือกซอฟต์แวร์มาใช้งานได้ดังนี้
      แบบสำเร็จรูป ( Packaged หรือ Ready – made Software )
แบบว่าจ้างทำ ( Customized หรือ Tailor – made Software )
แบบทดลองใช้ ( Shareware )
แบบใช้งานฟรี ( Freeware )
แบบโอเพ่นซอร์ส ( Public – Domain/Open Source ) อ่านเพิ่มเติม
              
                                   




2.3 ซอฟต์แวร์ประยุกต์
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)  คือซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้น เพื่อประยุกต์กับงานที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์จัดเก็บภาษี ซอฟต์แวร์สินค้า

คงคลัง ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ซอฟต์แวร์กราฟิก ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เป็นต้น  การทำงานใดๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ จำเป็นต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมของซอฟต์แวร์ระบบด้วย ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำต้องทำงานภายใต้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเอ็มเอสดอสหรือวินโดวส์ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม
                         





2.2 ซอฟต์แวร์ระบบ
Software (ซอฟต์แวร์) เป็นองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เราไม่สามารถสัมผัสจับต้องได้โดยตรง เป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรม (Program) ที่เขียนขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเสมือนตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าใจกันได้ อ่านเพิ่มเติม
                                            


2.4 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง การทำงานพื้นฐานเป็นเพียงการกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้ อ่านเพิ่มเติม
                                                                            


หน่วยการเรียนรู่ที่ 1 หลักการทำงานและการเลือกใช้คอมพิวเตอร์

1.4 ชนิดของการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้ แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มคือ  
 1. กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ หรือเรียกว่าเรื่องแบรนด์เนม (brand name) ทั้งแบรนด์เนมของไทยและของต่างประเทศ เช่น Laser , Powell, IBM เป็นต้น      
2. กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องสั่งประกอบตามร้านคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า เช่น ที่พันธ์ทิพย์พลาซ่า เสรีเซ็นเตอร์ หรือจากร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไป เป็นต้น
3.กลุ่มที่เลือกซื้ออุปกรณ์มาเป็นชิ้นๆและวมาแระกอบเองที่บ้าน 
      การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้น ผู้ใช้ควรวางแผนและหาข้อมูลในการเลือกซื้อไว้ก่อนลาวงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะประกอบเอง หรือเครื่องคอมพิวเตอร์มียี่ห้อต่างๆและควรพิจารณาถึงความต้องการที่จะนำไปใช้งายเป็นหลัก



วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

1.3 หลักการเลือกคอมพิวเตอร์

การพิจารณาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เป็นขั้นตอนสําคัญซึ่งเราควรทําความเข้าใจก่อนศึกษาเรื่องอื่นซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
คือการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชิ้นในกรณีที่เราต้องการซื้ออุปกรณ์มาประกอบเป็นเครื่อง
คอมพิวเตอร์เอง หรือเราต้องการอัพเกรดอุปกรณ์
บางชิ้นภายในเครื่อง เช่น ต้องการซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ที่มีความจุมากกว่าเดิม หรือซื้อแรมมาเพิ่มให้ประมวลผลได้เร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม



1.2 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
    อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
1.    ฮาร์ดแวร์
2.    ซอฟแวร์
3.    บุคลากรคอมพิวเตอร์
4.    ข้อมูล

ฮาร์ดแวร์

อ่านเพิ่มเติม

1.1 การทำงาขั้นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
 เริ่มจากผู้ใช้ทำการกรอกข้อมูลหรือคำสั่งผ่านทางอุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices) ซึ่งข้อมูลหรือคำสั่งต่างๆที่รับเข้ามาจะถูกนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก (Memory) จากนั้นก็จะถูกนำไปประมวลผลโดยหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing) แล้วนำผลที่ได้จากการประมวลผลมาเก็บไว้ในหน่วยความจำแรม พร้อมทั้งแสดงออกทางอุปกรณ์แสดงผล (Output Devices) ดังนั้นระบบคอมพิวเตอร์จึงประกอบด้วย 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนอุปกรณ์รับข้อมูล ส่วนประมวลผลกลาง หน่วยความจำ และอุปกรณ์แสดงผล

คอมพิวเตอร์มีหลักการทำงานอยู่ 4 ขั้นตอน คือ

รูปที่ 1 แสดงหลักการทำงานเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์



วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประเพณีลอยกระทง

ลอยกระทง (Loi Krathong Day) เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง
     เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย
   การลอยกระทง ตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน"
ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Apple Store เตรียมรับซ่อมไอโฟน



     Apple เตรียมพร้อมเปิดให้บริการเปลี่ยนหน้าจอสำหรับไอโฟน 5s และไอโฟน 5c ในร้านของตัวเองเร็วๆนี้                                                                                      แหล่งข่าวของแอปเปิลบอกว่าอีกในไม่ช้าลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ของไอโฟนได้ที่ร้าน Apple Store โดยจะเริ่มให้บริการในส่วนของไอโฟน 5s และไอโฟน 5c ก่อน นั่นหมายความว่านโยบายไอโฟนมีปัญหาหรือฮาร์ดแวร์บางชิ้นเสีย แอปเปิลจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้อาจจะไม่มีต่อไปอีกแล้วก็เป็นได้                        แหล่งข่าวบอกว่าแอปเปิลได้ทำการสั่งซื้อเครื่องจักรแบบพิเศษที่ใช้สำหรับเปลี่ยนหน้าจอสัมผัสของไอโฟส 5s และไอโฟน 5c มาไว้ในร้าน Apple Store นอกจากนี้มันยังสามารถใช้  calibrata หน้าจอโดยเฉพาะด้วย สนนราคาค่าเปลี่ยนจอจะอยู่ที่ $149 หรือประมาณ 4,600 กว่าบาท ซึ่งราคานี้ถือว่าร้านอื่นๆที่รับเปลี่ยนจอที่แตกหรือร้าวซึ่งต้องจ่ายเงินสูงถึงหลายร้อยเหรียญ นอกจากหน้าจอแล้ว ร้านแอปเปิลยังสามารถ เปลี่ยนปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง, มอเตอร์สำหรับการสั่น, กล้องหลังและระบบลำโพงของไอโฟนรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นได้อีกด้วย ส่วนปุ่มโฮมนั้นจะเปลี่ยนได้เฉพาะไอโฟน 5c ที่ยังใช้ปุ่มแบบเดียวกับไอโฟนรุ่นเก่าอยู่ ส่วนไอโฟน 5s ยังไม่มีข้อมูลออกมาว่าแอปเปิลจะรับเปลี่ยน Touch ID รึเปล่า                                                                                     ถ้าไอโฟน 5s หรือ 5c ยังอยู่ในระยะรับประกันของแอปเปิล การเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียจะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แต่ถ้าเครื่องไหนที่ประกันหมดแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายตามชิ้นส่าวนที่เปลี่ยน ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนแบตเตอรี่ราคาอยู่ที่ $79 หรือ 2,400บาทนิดๆเปลี่ยนปุ่มโฮมของไอโฟน 5c จะอยู่ที่ $29 หรือ 900 บาทยฃนิดๆ ส่วนระยะวลาในการเปลี่ยนหน้าจอนั้นจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งระยะเวลานี้เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนเครื่องแบบเดิมก็ถือว่าเร็วกว่า เพราะไม่ต้องมานั่งแบ็คอัพข้อมูลจากเครื่องเก่าก่อนจะ sync กลับไปยังเครื่องใหม่ที่ทำการเปลี่ยนมา                                                                                                                         ทางแอปเปลิลได้ทดลองให้บริการรับเปลี่ยนหน้าจอและซ่อมไอโฟน 5 ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการใหเหตุผลว่าต้องการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายของแอปเปิลเองด้วยที่ไม่จำเป็นต้องผลิตไอโฟนทั่งเครื่องเพื่อนมาใช้เปลี่ยนกับเครื่องที่อะไหล่บางส่วนเสีย                                                                  แหล่งข่าวแจ้งว่าอะไหล่ไอโฟน, เครื่องเปลี่ยนหน้าจอ และคู่มือฝึกอบรมการซ่อมชิ้นส่วนต่างๆ ได้ถูกส่งไปยังร้าน Apple Store บางสาขาแล้ว ดูเหมือนว่าแอปเปิลจะเริ่มให้บริการรับซ่อมไอโฟนในอนาคตอันใกล้นี้